“เอกนิติ” แชร์ประสบการณ์นั่ง รองนายกฯ และ รมว.คลัง
“เอกนิติ” แชร์ประสบการณ์นั่ง รองนายกฯ และ รมว.คลัง ปลื้ม คนละครึ่งพลัส
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และแคนดิเดทรองนายกรัฐมนตรี และ เผยทำงานในรัฐบาล ว่า การที่มาเป็นรัฐมนตรีคลัง เป็นรองนายกรัฐมนตรี มีโอกาสติดตามนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไปเจอชาวบ้านพื้นที่ต่างๆ ทำให้เข้าใจในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น
และเห็นว่าคนไทยมีความแตกต่างกันมากในเชิงของรายได้ คือการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งเมื่อถามว่าเศรษฐกิจโต 2-3% แต่บางคนรายได้ติดลบ
บางคนยังอยู่บนความทุกข์ยากลำบาก เพราะฉะนั้นสิ่งที่ไปเจอธุรกิจไทย ธุรกิจขนาดกลางขนาดย่อมไทย (เอสเอ็มอี) พ่อค้า แม่ค้า ยังมีความลำบากในเรื่องรายจ่าย ไม่พอกับรายได้ และไปเจอนักลงทุนนักลงทุนขนาดใหญ่ ยอมรับว่าอยากไปที่อื่นมากกว่า เพราะคนไทยขาดในเรื่องทักษะ ไม่เก่ง พอเทียบกับประเทศอื่นๆ ที่เข้าไปลงทุนมา
นายเอกนิติ กล่าวถึงการดำเนินนโยบายช่วย SMEs เพราะมีปัญหาเรื่องแหล่งเงินทุน อยากให้ลดดอกเบี้ย แต่รู้ว่าไปขอกู้แบงค์ กู้ไม่ได้อยู่ดี ด้วยความที่เคยเป็นประธานแบงค์เก่า ทำงานกับสมาคมธนาคารไทย จึงออกแบบนโยบาย ที่ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ มีโครงการ “SMEs เครดิตบูสต์” จะไปช่วยค้ำประกันให้ แบงค์กล้าปล่อยสินเชื่อให้ SMEs มากขึ้น
และปล่อยในธุรกิจที่จะช่วยให้เขาลดต้นทุน แล้วไปขายของต่างประเทศได้ ทำให้เข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทาน ห่วงโซ่การผลิตของธุรกิจขนาดใหญ่ หรือมีโครงการพี่ช่วยน้อง และภาครัฐให้โครงการแต้มต่อกับ SMEs เหล่านี้ เพื่อให้เขาเพิ่มโอกาสในการขายของ เพราะฉะนั้นวันนี้ ถึงบอกว่าค่อนข้างพร้อมทีเดียวที่เราจะสามารถที่จะเอาความรู้ที่ ความเป็นมืออาชีพ ทางการเงิน การคลัง เอามาช่วยให้เขาดีขึ้น
ส่วที่มาของโครงการ นโยบาย Quick Big Win มาจากจากประสบการณ์เป็นหัวหน้าหน่วยราชการ ต้องมีโครงการ ที่ชัด ที่เร็ว แล้ว เกิดประโยชน์ จริงๆ จึงออกแบบนโยบายเศรษฐกิจว่า Quick คือต้องให้เสร็จภายใน 4 เดือน Big คือให้มันใหญ่ พอ ที่โครงการนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ฟื้นฟูเศรษฐกิจเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจ มันจะต้องมีความใหญ่ พอ ที่ช่วยคนไทยได้ และ Win คือต้องกระจาย ตัวให้คนไทย ได้รับประโยชน์จากนโยบายของเราให้ได้มากที่สุด
ปลื้ม คนละครึ่งพลัส เป็นการลดรายจ่าย หารายได้ กระตุ้นคนเข้าระบบภาษี
นอกจากนี้ ยังกล่าวถึง โครงการคนละครึ่งพลัส ว่าเป็นอีกตัวอย่าง ที่นายกรัฐมนตรีให้อิสระในการคิด เพราะว่าโครงการคนละครึ่ง มีประโยชน์ แต่เรา พลัส คือมาเพิ่ม มาบวก เพราะว่าปกติคนมองว่าคนละครึ่ง เป็นโครงการที่แจกเงิน แต่เราไม่ได้แจกเงิน เป็นการลดรายจ่ายประชาชน และพลัส คือต้องการเพิ่มทักษะ ให้กับคนไทย ให้กับร้านค้ารายเล็ก รายย่อย ให้มีทักษะในการขายของออนไลน์ ให้มีทักษะที่จะเพิ่มรายได้ ใช้คำนี้ ซึ่งนายกฯ อนุทิน บอกว่าต้องการให้เบ็ด ที่เอาไปตกปลาได้ ไม่ต้องการให้ปลา
นายเอกนิติ กล่าวว่า โครงการคนละครึ่งพลัส ได้ปรับปรุง จากเดิมโครงการคนละครึ่ง ได้วันละ 150 บาท เราเพิ่มเป็น 200 บาท ของเดิมคนอายุ 18 ปีขึ้นไปได้ เปลี่ยนเป็นให้ตั้งแต่อายุ 16 ปี เพราะเด็กสามารถเปิดบัญชีได้แล้ว เป็นคนที่ต้องกินต้องใช้ จึงต้องลดภาระให้เขา พ่อแม่ที่ให้เงินไปเรียนหนังสือ ลดภาระของพ่อแม่ได้ด้วย และที่สำคัญเพิ่มทักษะได้ เราต้องการให้มีองค์ความรู้ในเรื่องของการเงินที่เป็นดิจิทัล
หลายคนเข้าโครงการคนละครึ่งพลัส ไปขายของด้วย เพิ่มทักษะ ในการหารายได้ มีรายได้ระหว่างเรียนอีก และที่สำคัญที่สุดคือ ในการเพิ่มทักษะรีสกิล มีทักษะ AI เด็กเหล่านี้เก่งมาก ไม่ใช่แค่ทักษะขายของออนไลน์ ให้ AI ช่วยขายของออนไลน์ทักษะในการเรียนหนังสือคนไทยก็เก่งขึ้น ต้องเรียนจริงๆ โครงการคนละครึ่ง เป็นโครงการที่ใช้เงินภาษีของประชาชน เราถึงพยายามจูงใจให้คนเข้าระบบภาษี เพราะคนที่อยู่ในระบบภาษีได้เงินมากกว่า คนที่ไม่อยู่ในระบบภาษีได้ 2,000 บาท คนที่อยู่ในระบบภาษีได้ 2,400 บาท ถ้ามีเฟสต่อไป หรือถ้ามีโอกาสได้ทำ อยากจะให้คนที่อยู่ในระบบภาษี พ่อค้า แม่ค้า ได้เงินมากขึ้น โดยเงินทุกบาทเอามาช่วยพัฒนาประเทศ ถ้าเราแจกเงินอย่างเดียว โดยที่ไม่เอาให้คนเข้าสู่ระบบภาษี แล้วจะทำให้เกิดความเป็นธรรมได้อย่างไร
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB